วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

บทที่ ๙ ผลกระทบของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

บทที่ 9

ผลกระทบของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว


ผลกระทบด้านบวกจากการท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจ

1.ช่วยทำให้เกิดรายได้แก่ท้องถิ่นภายในประเทศ (Local Income)

2.ช่วยทำให้เกิดรายได้ต่อรัฐบาล (Government Receipt)

3.ช่วยให้เกิดการจ้างงาน (Employment)

4.ช่วยให้เกิดอาชีพใหม่ (Creating new job)

5.ช่วยให้เกิดรายรับเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Earning)

6.ช่วยให้เกิดภาวะดุลชำระเงิน (Balance of Payment)

7.ค่าครองชีพของคนในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น (Increase of Living Expenses)

8.ราคาที่ดินแพงขึ้น

9.มีค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการนักท่องเที่ยวต่างชาติ

10.ทำให้สูญเสียรายได้ออกนอกประเทศ

11.รายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ เป็นไปตามฤดูกาล

 

ผลกระทบด้านบวกจากการท่องเที่ยวต่อสังคม

1.เป็นการพักผ่อนหย่อนใจของบุคคล ลดความเครียด

2.ช่วยให้เกิดสันติภาพแห่งมวลมนุษย์และช่วยกระตุ้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลในชาติต่างๆ

3.ช่วยให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละท้องถิ่น

4.มาตรฐานการครองชีพดีขึ้น

5.คนในท้องถิ่นได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น จากสาธารณูปโภคและสาธารณูปการในแหล่งท่องเที่ยวและบริเวณใกล้เคียง

 

การท่องเที่ยวช่วยให้เกิดสันติภาพแห่งมวลมนุษย์ การท่องเที่ยวเป็นหนทางไปสู่สันติภาพ

(Tourism is a passport to peace)

1.ช่วยให้สภาพแวดล้อมของท้องถิ่นดีขึ้น

2.ช่วยเสริมอาชีพให้คนในท้องถิ่น การกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น การจ้างงาน ทำให้คุณภาพชีวิตคนดีขึ้น

3.การท่องเที่ยวจะช่วยลดปัญหาการอพยพเข้าไปทำงานในเมืองหลวง

4.ปัญหาการบิดเบือนหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

5.ปัญหาความไม่เข้าใจและการขัดแย้งระหว่างคนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยว

6.ช่วยให้เกิดการก่อสร้างสิ่งดึงดูดใจด้านการพักผ่อนในพื้นที่

7.ปัญหาสังคมต่างๆ อาทิ ยาเสพติด โรคเอดส์

 

ผลกระทบด้านบวกจากการท่องเที่ยวต่อวัฒนธรรม

1.เกิดงานเทศกาลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว วัฒนธรรมถูกรื้อฟื้นหรือไม่เลือนจางหายไป

2.มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและนักท่องเที่ยวนิยมมากขึ้น

3.ช่วยเผยแพร่National Identity

 

ผลกระทบด้านลบจากการท่องเที่ยวต่อวัฒนธรรม

1.คุณค่าของงานศิลปะลดลง

2.วัฒนธรรมประเพณีที่ถูกนำเสนอขายในรูปแบบของสินค้าเน้นตอบสนองนักท่องเที่ยว

3.วัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวมีบทบาทในการรับวัฒนธรรมใหม่ (Acculturate) ของคนในท้องถิ่น

4.เกิดภาวะตระหนกและสับสนทางวัฒนธรรม (Culture Shock)

5.การยอมรับพฤติกรรมและเลียนแบบพฤติกรรมนั้น (Demonstration Effect)

 

การยอมรับพฤติกรรมและเลียนแบบพฤติกรรม(Demonstration Effect)

-คนพื้นถิ่นมีโอกาสพบปะกับนักท่องเที่ยว และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เข้ามา เช่น ชาวเขาย่อมแต่งชุดชาวเขาดั้งเดิม แต่พอนักท่องเที่ยวเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อมาเยี่ยมชมมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนว่าชาวเขาบางส่วนสวมกางเกงยีนส์และเสื้อยืดแทนที่จะใส่ชุดชาวเขา

-ผู้หญิงในหมู่บ้านนุ่งผ้าซิ่นทอเอง ต่อมาความเจริญมีขึ้นเรื่อย ๆ ก็กลายเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปแทน

 

ผลกระทบทางบวกจากการท่องเที่ยวต่อสิ่งแวดล้อม

1.เกิดการปรับปรุงและพัฒนาสภาพภูมิทัศน์และกายภาพให้ดีขึ้น

2.มีการลงทุนจากภาครัฐในด้านสาธารณูปโภคเพื่อเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ

3.เกิดการพัฒนาพื้นที่ธรรมชาติ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า

4.เกิดมีการปรับปรุงแก้ไข มาตรการ ระเบียบตลอดจนกฎหมายต่างๆ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

5.เกิดความตระหนักในการกำจัดของเสียประเภทต่าง อาทิน้ำเน่า ขยะมูลฝอย โดยเฉพาะที่พักหรือร้านอาหารที่อยู่ในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว

6.เกิดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว

7.การตื่นตัวจัดตั้งมูลนิธิพิทักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 

ผลกระทบด้านลบจากการท่องเที่ยวต่อสิ่งแวดล้อม

ด้านกายภาพ

1.พื้นที่ธรรมชาติบางส่วนถูกทำลาย เพื่อการสร้างที่พักในแหล่งธรรมชาติ

2.กิจกรรมนันทนาการบางประเภทมีผลต่อธรรมชาติ อาทิ การตั้งแคมป์ไฟ การตัดต้นไม้

3.การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

4.การท่องเที่ยวแบบทัวร์ป่า อาจส่งผลต่อธรรมชาติในแง่ดินถล่ม การบุกรุกพื้นที่

 

ปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ธรรมชาติ

1.การรบกวนธรรมชาติอันเกิดจากการไม่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมธรรมชาติ

2.เกิดการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากที่ดินในแนวทางที่ไม่เหมาะสม

3.เกิดการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ประกอบการในแหล่งท่องเที่ยวบางราย

 

ด้านมลภาวะ

1.ขยะมูลฝอยต่าง ๆ ที่เกิดจากนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่กำจัดไม่เหมาะสม ทำลายภูมิทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งกลิ่น และภาพ

2.น้ำเน่าเสีย จากผู้ประกอบการต่างๆ อาทิ โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ฯลฯ

3.อากาศเสีย จากการก่อสร้างเนื่องมาจากการขยายตัวของแหล่งท่องเที่ยว

 

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บทที่ ๘ ธุรกิจอื่น ๆ และองค์ประกอบเสริมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว


บทที่ 8

ธุรกิจอื่น ๆ และองค์ประกอบเสริมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

                หมายถึง การประกอบกิจการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแก่คนเดินทาง นักท่องเที่ยว หรือประชาชนทั่วไป

 

ความเป็นมา

-           สมัยกรีก – โรมัน มีการขายอาหารในระหว่างการเดินทาง ในสมัยโรมันมีร้านอาหารแบบ Snack Bars (ที่มาของธุรกิจอาหารจานด่วน Fast Food)

-           ยุคกลาง จำนวนร้านอาหารมีเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีคุณภาพ

-           ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ เกิดแนวคิดเรื่องธุรกิจที่พักอย่างจริงจัง ในศตวรรษที่ 16 มีการนำเข้าชา – กาแฟ

-           ค.ศ.1765 เกิดธุรกิจภัตตาคารที่ฝรั่งเศส โดยนายบลูลองเญอร์ ขายซุป

-           ค.ศ.1782 ภัตตาคารแห่งแรกชื่อ Grande Taverne de Londres ที่ปารีส

-           ในอเมริกา Delmonico และร้านอาหารราคาถูก ในนิวยอร์ค ค.ศ.1827 และ 1848

-           ธุรกิจร้านอาหารยุคหลัง ๆ หลากหลายมากขึ้นทั้งรูปแบบและประเภทของอาหาร เช่น McDonald เมื่อปี 1948

 

ประเทศไทย

-           ยุคแรก คนไทยนิยมเก็บอาหารไว้รับประทานเองในครัวเรือนไม่นิยมกินข้าวนอกบ้าน

-           สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ร้านส่วนใหญ่เป็นของชาวจีนย่านสำเพ็ง

-           สมัยรัชกาลที่ 4 – ปัจจุบัน มีอิสระในการดำเนินชีวิต ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มาพร้อมกับโรงแรม

 

ประเภท

ธุรกิจอาหารจานด่วน Fast Food Restaurants

-           เน้นความสะดวก รวดเร็ว ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

-           เปิดทุกวัน ไม่เจาะจงแต่ร้านที่ดำเนินการแบบการรับรองสิทธิ (Franchise) แต่รวมถึงอาหารตามเชื้อชาติอื่น ๆ ให้บริการในรูปอาหารจานเดียว

 

ธุรกิจอาหารสำเร็จรูป Deli Shops

-           บริการอาหารสำเร็จรูปแช่เข็ง เนย แซนด์วิช สลัด และอื่นๆ ที่

-           นั่งในร้านมีจำกัด

-           เปิดไม่นาน

-           มักอยู่ในทำเลที่ผู้คนหนาแน่น

 

ธุรกิจอาหาร Buffets

-           ลูกค้าบริการตนเอง ตักอาหารไม่จำกัดปริมาณ “All you can eat” ในราคาเดียว / หัว

-           เครื่องดื่มจะบริการให้ที่โต๊ะ

-           ได้รับความนิยมในโรงแรม

 

ธุรกิจประเภท Coffee Shops

-           เน้นบริการที่รวดเร็ว การให้บริการอาหารอยู่ที่เค้าน์เตอร์บริการ

-           ราคาไม่แพง

 

ธุรกิจ Cafeterias

-           ลูกค้าบริการตนเอง

-           รายการอาหารจำกัด

-           เน้นความรวดเร็ว

-           สถานที่กว้างขวาง

 

ธุรกิจร้านอาหาร Gourmet Restaurants

-           เน้นบริการระดับสูง

-           ใช้ทุนมากเพื่อรักษาชื่อเสียงรวมทั้งดึงดูดลูกค้า

 

ธุรกิจอาหารเฉพาะกลุ่มเชื้อชาติ Ethnic Restaurants

-           เน้นอาหารประจำถิ่น

-           พนักงานแต่งการตามชาติ

-           การตกแต่งร้านมีลักษณะเน้นจุดเด่นประจำชาติ

 

อาหารไทยภาคกลาง

                มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากร ธรรมชาติ ที่ราบลุ่มแม่น้ำและต้นกำเนิดแม่น้ำลำธาร จึงเป็นศูนย์กลางการค้าและทางวัฒนธรรมของชาติ มีความหลากหลายของอาหาร ทั้งเค็ม เผ็ด เปรี้ยวหวาน และมีการแต่งกลิ่นด้วยเครื่องเทศต่าง ๆ

 

ที่มา :http://pirun.ku.ac.th/~b5011195/kind_of_food.html


อาหารไทยภาคเหนือ

                ภูมิศาสตร์และภูมิอากาศอุดมสมบูรณ์ มีความหลายหลายทางวัฒนธรรม อาหารใช้พืชตามป่าเขา หรือที่ปลูกไว้มาปรุงอาหาร มีแบบเฉพาะ เรียกว่า “ขันโตก” ไม่นิยมใส่น้ำตาลเพราะได้ความหวานจากผักแล้ว

 

ที่มา : http://www.niyay.com/webboard/detail/17434.html


อาหารไทยภาคใต้

                อยู่ติดทะเล (ฝน8แดด4) อาหารหลักจึงเป็นอาหารทะเล (มีกลิ่นคาวจึงใช้เครื่องเทศและขมิ้นดับกลิ่น) อาหารมีรสชาติเผ็ด ร้อน เค็ม เปรี้ยว นิยมกินผักเพื่อลดความร้อน เรียกว่า “ผักเหนาะ” หรือ “ผักเกร็ด”

 

ที่มา : http://www.thaigoodview.com/node/7961


อาหารไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

                อากาศร้อน ภูเขา ป่าไม้มีน้อย ดินร่วนปนทราย มักรับประทานผักพื้นบ้าน เช่น ผักหูเสือ แคป่า ผักจิก นิยมเลี้ยงวัว ควาย เพื่อบริโภค และสัตว์อื่นๆ ตามธรรมชาติ เช่น มดแดง ตั๊กแตน แมงดานา อาหารมีรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม มีการถนอมอาหาร

 

ประเภทของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

เฟรนชาย

-           มีประเภทไม่มาก

-           ต้นทุนต่ำ

-           ประสิทธิภาพพนักงานสูง มีการฝึกอบรมเป็นอย่างดี

-           ภาชนะใส่อาหารมักเป็นครั้งเดียว ลดเรื่องการล้างทำความสะอาด

-           มีความชำนาญด้านอาหารเป็นอย่างดี

 

บริการอาหารในโรงแรม

1.       อาหารเช้า เวลา 8.00-9.00 น.

1.1            อาหารเช้าแบบยุโรป = น้ำผลไม้ ขนมปัง แยมหรือเนย กาแฟ ไม่มีเนื้อสัตว์และผลไม้

1.2            อาหารเช้าแบบอเมริกัน = น้ำผลไม้ คอร์นเฟลก ขนมปัง ไข่ดาว แฮม เบคอน ชา กาแฟ

2.       อาหารก่อนกลางวัน เวลา 9.30-11.30 น.

3.       อาหารกลางวัน เวลา 11.30-14.00 น. (ไม่หนักเกินไป)

“A la carte”  = สั่งตามใจ หรือ Table d’hotel อาหารชุด

-จานเดียว

-อาหารกลางวันแบบ 2 จาน

-อาหารกลางวันแบบ 3 จาน

-อาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์

4.       อาหารว่างหรือน้ำชา เวลา 15.00-17.00 น.

-ชา กาแฟ เค้ก หรือผลไม้

5.       อาหารค่ำ เวลา 19.00 น. มื้อหนักสุดของวัน ประกอบด้วยอาหารชุดต่าง ๆ ดังนี้

5.1            อาหารเรียกน้ำย่อย (Appetizer)

5.2            ซุป (Soup)

5.3            อาหารจานหลัก (Entress) อาหารทะเล

5.4            อาหารจานหลัก (Main Course) ประเภทเนื้อสัตว์ แป้ง

5.5            ของหวาน (Dessert)

5.6            ชา กาแฟ (Tea & Coffee)

ชั้นแรงงานในอังกฤษใช้คำว่า dinner = อาหารมื้อเที่ยง

6.       อาหารเย็น (Supper) อาหารมื้อเบา ๆ หลังมื้อเย็น (มื้อสุดท้ายของวัน)

ในอังกฤษอาหารมื้อเย็น เรียกว่า tea

 

ธุรกิจจำหน่ายสินค้าและสินค้าที่ระลึก (Shopping and Souvenir Business)

                คือ การประกอบธุรกิจขายปลีก เพื่อจำหน่ายสินค้าเฉพาะอย่างหรือหลายอย่างแก่ผู้บริโภค

 

ความเป็นมา

การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าในสมัยโบราณจะกระทำในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนระหว่างของกับของ หรือที่เรียกว่า Barter System ต่อมาเมื่อมีการนำเอาใช้โลหะมีค่า มากำหนดค่าและใช้เป็นสื่อกลางของการซื้อขายแลกเปลี่ยน ระบบBarter System จึงค่อยๆ เลิกไป

 

สถานที่ที่เกิดกิจกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า

                อาจมีพัฒนาการมาตั้งแต่การซื้อขายแลกเปลี่ยนเมื่อมีผู้ที่มีความต้องการสินค้า และผู้ที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการนั้น อาจไม่จำกัดสถานที่ เมื่อมีทั้งผู้ต้องการสินค้า และผู้ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการนั้นมีเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดบริเวณที่สามารถรวมเอาทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเป็นจำนวนมากมาไว้ที่เดียว หรือ ตลาดเพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการเลือกซื้อสินค้า

ห้างสรรพสินค้า เป็นรูปแบบของธุรกิจการจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นจากยุโรปก่อนแล้วค่อยแพร่ขยายเข้ามาสู่ อเมริกา และเอเชียในที่สุด เป็นพัฒนาการของการจำหน่ายสินค้าที่รวมมาอยู่ในบริเวณเดียว มีการจัดสินค้าเป็นแผนก เป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการค้นหาของลูกค้า มีการบริหารงานอย่างเป็นระบบ มีการส่งเสริมการขาย การบริการลูกค้า

 

ประเภทของธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการ

                ห้างสรรพสินค้า ( Department Store) หมายถึงกิจการขายปลีกขนาดใหญ่ที่รวมสินค้าหลายอย่างเข้ามาไว้ภายในบริเวณเดียวกัน โดยแยกตามแผนก เพื่อเป็นการประหยัดเวลาของลูกค้ามักตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน

ศูนย์การค้า (Shopping Centers/Malls) คือการขายปลีกขนาดใหญ่ที่รวมร้านขายปลีกรวมทั้งห้างสรรพสินค้าเข้ามาอยู่ในอาคารเดียวกัน ตลอดจนบริการที่จอดรถตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ

ร้านค้าปลอดอากร (Duty-free shop)และร้านปลอดภาษี (Tax-free shop) เป็นร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเท่านั้น  โดยสินค้าในร้านปลอดอากรนั้น มักเป็นสินค้าปลอดอากรที่นำเข้าจากต่างประเทศราคาสูง แต่ขายถูก และมักเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ

 

ความสำคัญของธุรกิจจำหน่ายสินค้า

  1. กิจกรรมการซื้อสินเป็นแหล่งกระจายสินค้าภายในประเทศออกไปยังต่างประเทศ
  2. เป็นการสร้างความเพลิดเพลินให้แก่นักท่องเที่ยว
  3. ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมท้องถิ่น
  4. ก่อให้เกิดการจ้างงานของคนในท้องถิ่น

 

ธุรกิจสินค้าที่ระลึก

                คือ การประกอบธุรกิจและจำหน่ายสินค้าที่นักท่องเที่ยวซื้อและนำกลับไปยังภูมิลำเนาเดิมของตน เพื่อเป็นของระลึก ของฝาก หรือแม้แต่เพื่อใช้สอยในชีวิตประจำวัน มักถูกพัฒนาจากศิลปหัตถกรรมของแต่ละท้องถิ่น ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ ความเป็นอยู่ โดยใช้วัสดุของท้องถิ่นในการผลิตและใช้แรงงานภายในท้องถิ่น

 


ประเภทของธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของไทย

แบ่งจากจุดประสงค์ในการสร้าง  ไม่ว่าจะเป็นจุดประสงค์ที่ต้องการใช้สอยเอง หรือเพื่อพิธีกรรมทางศาสนา ความเชื่อ หรือเพื่อจัดจำหน่าย ทำให้ผลผลิตมีรูปลักษณะที่แตกต่างกันสามลักษณะได้แก่

    - รูปลักษณะที่สร้างขึ้นตามประเพณีนิยม

    - รูปลักษณะที่สร้างขึ้นตามสมัยนิยม

    - รูปลักษณะที่สร้างขึ้นเฉพาะ

 

แบ่งจากวัสดุและเทคนิควิธีการสร้าง มีสามลักษณะได้แก่

    - สร้างหรือดัดแปลงจากวัสดุธรรมชาติ

    - สร้างจากวัสดุสังเคราะห์

    - สร้างจากเศษวัสดุ

 

แบ่งจากรูปลักษณะที่ปรากฏ  มีหกลักษณะได้แก่

    - รูปลักษณะตัวอักษร

    - รูปลักษณะทรงเรขาคณิต

    - รูปลักษณะตามลัทธิและความเชื่อ

    - รูปลักษณะธรรมชาติ

    - รูปลักษณะผลผลิตและเครื่องมือเครื่องใช้

    - รูปลักษณะอิสระ

 

    แบ่งตามคุณค่าแห่งการนำไปใช้

    - ประเภทบริโภค   

    - ประเภทประดับตกแต่ง

    - ประเภทใช้สอย   

    - ประเภทวัตถุทางศิลปะ

 

ความสำคัญของธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึก

ทางสังคมและวัฒนธรรม

    -สร้างอาชีพใหม่ๆ ให้กับคนในสังคม และการใช้เวลาว่างของประชาชนให้เกิดคุณประโยชน์

   -ลดปัญหาสังคม และลดปัญหาการย้ายถิ่นฐาน

   -การรู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ทางเศรษฐกิจ

   -สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประเทศ

   -สร้างชื่อเสียงหรือเอกลักษณ์ของประเทศไปสู่โลก

ทางระบบการท่องเที่ยว

   -ทำให้เกิดความสมบูรณ์ทางการท่องเที่ยว เป็นการเพิ่มความสุนทรีย์ ในการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการกลับมาเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง

   -ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความภูมิใจ หรือเป็นการสร้างการยอมรับทางสังคม เป็นการแสดงออกถึงฐานะทางเศรษฐกิจ

 

ธุรกิจนันทนาการ (Recreation Business)

หมายถึง การประกอบธุรกิจการให้บริการเพื่อความบันเทิงและเพลิดเพลินสำหรับคนเดินทางหรือนักท่องเที่ยว

 

ธุรกิจสวนสนุก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

       1.สวนสนุก (Amusement Park) เป็นสถานที่ที่สร้างเพื่อให้บริการด้านความบันเทิง สนุกสนานเพลิดเพลิน  ประกอบด้วย เครื่องเล่นเกม การละเล่นต่างๆ ของคนในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยว

       2.สวนสนุกรูปแบบเฉพาะ (Theme Park) เป็นสวนสนุกที่มีสิ่งดึงดูดใจและมีแนวคิดทางการตลาดที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน

 

ธุรกิจบันเทิง เพื่อการท่องเที่ยว หมายถึง สถานบันเทิงยามค่ำคืนและการจัดการแสดงบนเวที (Performing art)


ธุรกิจกีฬาปกติ เป็นการจัดให้บริการสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเล่นกีฬาได้ตามแหล่งท่องเที่ยว

ธุรกิจกีฬาตามเทศกาล เป็นการประกอบธุรกิจการจัดแข่งขันกีฬาตามเทศกาล