วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บทที่ ๕ การคมนาคมขนส่ง

บทที่ 5

การคมนาคมขนส่ง


การคมนาคมขนส่ง (Transportations)

                คือ กระบวนการเคลื่อนย้ายคน สัตว์ สิ่งของ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยสื่อกลางต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขและราคาที่ได้ตกลงกันไว้

 

เส้นทาง (Way) ปัจจัยพื้นฐานรองรับพาหนะในการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แบ่งเป็น

-                ทางธรรมชาติ เกิดขึ้นเอง

-                ทางธรรมชาติที่ได้รับการปรับปรุง

-                ทางที่มนุษย์สร้างขึ้น

 

สถานี (Terminal)

สถานที่ให้บริการพาหนะต่างๆ ตามความต้องการเฉพาะด้าน นอกจากนี้ยังมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนพาหนะหรือด้านการจราจร

 

ประเภทของการคมนาคมขนส่ง

1.ทางบก

                - ระยะแรกใช้งานคนต่อมาใช้สัตว์ลากรถ 6 ล้อ ต่อมาพัฒนาเป็นรถลาก 4 ล้อ ใช้ม้าลาก พร้อมๆกับพัฒนาเส้นทาง จนกระทั่งในปี ค.ศ.1480 มีการประดิษฐ์รถม้าโดยสาร (stage coach) ในประเทศอังกฤษ

                - เครื่องจักรไอน้ำ ทำให้เกิดการขนส่งด้วยรถไฟเป็นครั้งแรกในอังกฤษ ค.ศ.1825

                - ประดิษฐ์รถยนต์ใน ค.ศ.1920

การคมนาคมขนส่งทางบกของประเทศไทย

ทางบก – ใช้เกวียนเป็นอุปกรณ์ขนส่ง

 

2.ทางน้ำ (เก่าแก่ที่สุด)

                - พัฒนาจากแพ เรือขุด เรือหนังสัตว์ (Coracles) สำเภาที่อาศัยแรงลมขับเคลื่อน

                - เครื่องจักรไอน้ำในเรือ ค.ศ.1772 มีการขนส่งผู้โดยสารในเรื่องจักรไอน้ำครั้งแรกในอังกฤษ (Manchester and London Bridge)

                - ค.ศ.1815 บริการเรือสำราญ โดยเรือซีลอน ในทะเลเมดิเตอเรเนียน เมืองท่าในอิตาลี กรีซ อียิปต์ และแอฟริกาตะวันออก

                - ค.ศ.1819 เรือกลไฟ savannah แล่นข้ามมหาสมุทรเป็นครั้งแรกระหว่างเมือง savannah รัฐจอเจีย กับเมือง Liverpool ในอังกฤษ

                - ค.ศ.1900 เรือสำราญสมบูรณ์แบบชื่อ Princess Victoria Louis

                หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจตกต่ำ ธุรกิจเรือสำราญกระทบกระเทือนมากในเอเชีย ตั้งบริษัท Star cruise 1993 ในไทยใช้เรือเล็กขนส่งในระยะทางใกล้ๆ แล้วพัฒนาเป็นสำเภาใหญ่แบบจีนและยุโรปแล้วพัฒนาเป็นเรือกลไฟ

 

การขนส่งผู้โดยสารทางทะเลในไทย มีบริษัทเดินเรือสำราญ 2 บริษัท คือ

1.       ซีทรานควีน

2.       สยามครูซ

 

3.ทางอากาศ

                - ประดิษฐ์เครื่องบินครั้งแรก ค.ศ.1903 โดยพี่น้องตระกูล Wright ในสงครามโลกครั้งที่ 1

                - เกิดธุรกิจการบินครั้งแรกระหว่างเมืองลอนดอนและปารีส ค.ศ.1919

                - เกิดการขนส่งผู้โดยสารครั้งแรกที่อเมริกา ที่บอสตันไปนิวยอร์ก ค.ศ.1927 รวมทั้งเริ่มจ้างพนักงานบนเครื่องบิน

                - มีการพัฒนาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้ขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร

 

ธุรกิจขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว 3 ประเภท คือ ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

1.ธุรกิจขนส่งทางบก

รถไฟ

-           รถไฟ TGV ของฝรั่งเศส

-           รถไฟ Euro star ร่วมทุนระหว่างรัฐบาลฝรั่งเศสกับอังกฤษ

-           รถไฟ x2000 Metroliner ของสวีเดน

-           รถไฟ Shinkansen (Bullet Train) ของญี่ปุ่น

 

รถยนต์ส่วนบุคคล

-           นิยมมากที่สุด เนื่องจาก ประหยัน สะดวกรวดเร็ว และคล่องตัว

 

รถตู้เพื่อนันทนาการ (Recreational Car)

-           ให้บริการโดยเช่า

-           ทำให้เกิดการเติบโตของธุรกิจให้เช่าที่จอดรถตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีเครื่องอำนวยความสะดวก

 

2.ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ

-           เรือเดินทะเล

-           เรือสำราญ

-           เรือข้ามฟาก

 

3.ธุรกิจขนส่งทางอากาศ

                เที่ยวบินประจำ (Scheduled air service) บินระหว่างเมืองต่อเมือง ตารางบินแน่นอน

บริษัทขนส่งจำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2473 ชื่อบริษัทเดินอากาศ จำกัด

 

บทที่ ๔ องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

บทที่ 4

องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว


ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว (Tourism Resources)

                หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งในรูปธรรมและนามธรรม มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อการพักผ่อนและประกอบกิจกรรมนันทนาการ อันนำมาซึ่งความพึงพอใจและความสุขในรูปแบบต่างๆได้

จุดหมายปลายทาง (Destination)

หมายถึง สถานที่ใดที่หนึ่ง อาจเป็นสถานที่เฉพาะหรือสถานที่ทั่วไป หรือเป็นหลายๆ ที่ต่อการเดินทางครั้งหนึ่ง

สิ่งดึงดูดใจทางด้านการท่องเที่ยว (Tourist Attraction)

                หมายถึง สถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้คนเดินทางเข้าไปเยี่ยมชม หรือประกอบกิจกรรมเพื่อความพึงพอใจ

สรุปนิยามของแหล่งท่องเที่ยว

                สถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหรือประกอบกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนองตอบต่อจุดประสงค์ด้านความพึงพอใจ หรือด้านนันทนาการ อาจเป็นสถานที่ใดที่หนึ่งเฉพาะ หรือหลายๆที่ก็ได้


ประเภทของแหล่งท่องเที่ยว

ขอบเขต (Scope)

-          - จุดมุ่งหมายหลัก (Primary Destination) คือสถานที่ดึงดูดใจสำหรับนักท่องเที่ยว ทำให้ต้องมุ่งไปเยือน

-          - จุดมุ่งหมายรอง (Secondary Destination or Stopover Destination) คือสถานที่แวะพัก เป็นเวลาสั้นๆ

ความเป็นเจ้าของ

-          - การจัดแบ่งแหล่งท่องเที่ยวทั้งที่เป็นธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้นตามความเป็นเจ้าของ ทำให้ทราบว่า แหล่งเงินสนับสนุนมาจากไหน หรือรายได้ต่าง ๆ

-          - เจ้าของแหล่งท่องเที่ยว

1.รัฐบ          1.รัฐบาล

          2.องค์การที่ไม่หวังผลกำไร

          3.เอกชน

-         - อุทยานแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ดำเนินงานโดยรัฐบาล เงินทุนสนับสนุนการดำเนินงานอาจมาจากเงินงบประมาณ การเก็บค่าเข้าชม ภาษี หรือบริจาค

-          - วังสวนผักกาดอยู่ในความควบคุมดูแลและดำเนินงานโดยองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร คือ มูลนิธิจุมพฎบริพัตร

-          - ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก ไนต์คลับ สวนสัตว์ บางแห่งดำเนินงานโดยเอกชน ที่มุ่งหวังผลกำไรอันอาจจะมาจาก ค่าเข้าชม ค่าเครื่องเล่น ค่าอาหารและน้ำ ค่าขายของที่ระลึก

 

ความคงทนถาวร (Permanency) แบ่งตามอายุของแหล่งท่องเที่ยว

-          - ประเภทที่เป็นสถานที่ (Sties) มีความคงทนถาวรกว่าประเภทที่เป็นงานเทศกาลหรือกิจกรรมต่างๆ

-          - งานเทศกาลมักมีช่วงเวลาการดำเนินงาน อาทิ เทศกาลสงกรานต์ จัดเฉพาะวันที่ 12-14 เมษายน

 

ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว

-          - แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะสนองความต้องการหรือจุดประสงค์ของนักท่องเที่ยวต่างกัน

-          - แหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงได้รับความนิยมอาจจะมีลักษณะที่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ สภาพภูมิอากาศ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ชุมชนและเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว

 

การแบ่งประเภทแหล่งท่องเที่ยวของ ททท.

                แหล่งท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติ = สถานที่ที่เกิดเองตามธรรมชาติทั้งทางด้านชีวภาพและกายภาพ รวมทั้งบริเวณที่มนุษย์เข้าไปปรุงแต่งเพิ่มเติม

 

มรดกโลกในไทย

-          1. ทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้ง ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1991

-          2. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1991

-          3. อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1991

-          4. แหล่งขุดค้นโบราณคดีบ้านเชียง ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1992

-          5. ดงพยาเย็น-เขาใหญ่ ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.2005

 

กรมศิลปากรแบ่งโบราณสถานออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้

1.       - โบราณสถานสัญลักษณ์แห่งชาติ คือ สถานที่ที่มีความสำคัญสูงสุด หากขาดซึ่งโบราณสถานนี้ไปจะเป็นการสูยเสียอย่างใหญ่หลวง

2.       - อนุสรณ์สถานแห่งชาติ คือ อนุสรณ์ที่สร้างเพื่อบุคคลหรือเรื่องราวสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์หรือเป็นที่เคารพอย่างสูงในชาติ ซึ่งประชาชนจะต้องร่วมรำลึกถึง

3.       - อาคารสถาปัตยกรรมแห่งชาติ คือ อาคารสิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรม และวิศวกรรมอันทรงคุณค่า

4.       - ย่านประวัติศาสตร์ คือ พื้นที่ที่มีความหมายแน่นทางสถาปัตยกรรม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ การวางผังเมือง และสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้น โดยมีอาคาร สิ่งก่อสร้างในพื้นที่ต่างๆ รวมอยู่ด้วย

5.       - อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ หมายถึง พื้นที่ที่มีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมรวมถึงสภาพแวดล้อมที่เกิดเองตามธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น

6.       - นครประวัติศาสตร์แห่งชาติ คือ เมืองหรือนครที่มีแบบอย่างทางวัฒนธรรม การวางผังเมือง สาระสำคัญทางประวัติศาสตร์ และองค์ประกอบของเมือง สถาปัตยกรรม วิศวกรรม และชีวิตความเป็นอยู่ อาทิ จังหวัดอยุธยา

7.       - ซากโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์แห่งชาติ หมายถึง แหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์และซากโบราณสถาน

บทที่ ๓ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว

บทที่ 3

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว

แรงจูงใจ

·        - แรงจูงใจในวิชาจิตรวิทยา เป็นตัวกำหนดบุคลิกของบุคคล

·        - แรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว เป็นแนวคิดผสมระหว่างแนวคิดทางจิตวิทยา และ แนวคิดทางด้านสังคมวิทยา

·        - แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวหมายถึงเครือข่าย

 

พลังทางด้านจิตวิทยา

·        - แรงจูงใจที่จะมาพักผ่อนยังเกาะสมุยของนักท่องเที่ยวจากสวีเดน อาจเกิดความต้องการพักผ่อน

·        - ต้องการออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ

·        - ต้องการสัมผัสกับฝืนทราย

 

พลังทางด้านสังคมวิทยา

·        - การเลือกมาพักผ่อนยังเกาะสมุยแทนที่จะไปอาบแดดยังชายหาดริเวียราของฝรั่งเศสซึ่งอยู่ใกล้กว่า เป็นพลังด้านสังคมวิทยา

·        - พลังทางด้านสังคมวิทยาคือ ความมีหน้ามีตา ต้องการที่จะได้ชื่อว่า โก้เก๋ ทันสมัย ไม่ตกยุค เพราะการมาเที่ยวในเอเชีย กำลังเป็นสมัยนิยมของคนหนุ่มสาวในยุโรป

·        - การเดินทางมายังเอเชียต้องใช้ความสามารถ และอุทิศตัวมากกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวทางทะเลในประเทศใกล้บ้าน

 

การวิเคราะห์แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นไปนครวัด

·        - ยึดหลักทางเครือข่ายพลังทางด้านชีวิวิทยาและพลังทางด้านสังคมเป็นตัวตั้งเพื่อการเข้าใจถึงแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวแต่ละคน

·        - พลังทางด้านจิตวิทยา คือ ต้องการพักผ่อนและหาที่แปลกใหม่ ลดความวิตกกังวล

 

ทฤษฏีต่างๆ เกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว

1.ทฤษฏีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น (Hierachy of need ของ Abeaham Maslow)

·        - มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความต้องการ

·        - มนุษย์แสดงพฤติกรรมต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการและความจำเป็น

·        - ความต้องการไม่มีวันจบสิ้น

·        - เมื่อความต้องการอย่างหนึ่งถูกตอบสนองแล้ว จะมีอีกอย่างมาแทนที่

     -  ความต้องการที่มุ่งเน้นในเรื่องของความภาคภูมิใน  (self-esteem)

·        - ความต้องการทางด้านอัตตา (ego needs)

·        - ต้องการเกิดความยอมรับจากสังคม

Lundberg (Lendberg , Tourism Business , pl27)เชื่อพฤติกรรมการท่องเที่ยวเกิดจากความต้องการขั้นสูงสุดของคน

·        - ต้องการพัฒนาศักยภาพของตนอย่างเต็มที่

·        - ต้องการพัฒนาบุคลิกภาพ

·        - กระทำสิ่งที่ท้าทาย สิ่งแปลกใหม่จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

·        - ต้องการพบเห็นสิ่งแปลกใหม่ สถานทีใหม่ๆ

การท่องเที่ยวสามารถตอบสนองความต้องการในระดับสูงสุดได้สำหรับบางคน

·         การเล่น Jet boat การล่องแก่ง เดินทางทั่วประเทศ เล่นบันจี้จ้ำ  ฯลฯ

 

2.ทฤษฎีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง (Travel Career Ladder)

Philip Pearce ประยุกต์ของ Maslow

·        - ความต้องการเริ่มมีความลึกซึ้ง ซับซ้อนมากขึ้นเมื่อนักเดินทางมีประสบการณ์มากขึ้น

·        - ความต้องการในชั้นเสรีวิทยาจะต้องได้รับการตอบสนองก่อน ความต้องการในระดับสูงจึงจะเกิด

 

3.แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) ของ Crompton คล้ายกับของ Maslow

1.      - หลีกหนีสภาพแวดล้อมที่จำเจ

2.      - สำรวจและประเมินตนเอง

3.      - พักผ่อน

4.      - ความต้องการเกียรติภูมิ

5.      - ถอยกลับไปสู่สภาพดั้งเดิม

6.      - หาญาติ

 

4.Swarbrooke

1.      - แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ (Physical)

2.      - แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม

3.      - การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง (Emotional)

4.      - การท่องเที่ยวเพื่อได้มาถึงสถานภาพ

5.      - แรงจูงใจพัฒนาตนเอง

6.      - แรงจูงใจส่วนบุคคล

 

แนวโน้มแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว 10 ประการ โดย Pearce , Morrision และ Rutledge (1998)

1.      - แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสสิ่งแวดล้อม = ได้แก่ มรดกโลก เป็นสิ่งแวดล้อมสีน้ำเงิน(ทะเล) และสิ่งแวดล้อมสีเขียว(ป่า เขา น้ำตก)

2.      - แรงจูงใจที่จะได้พบปะกับคนในท้องถิ่น  = ความต้องการพบปะคนในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดมีมากขึ้น โดยเฉพาะนักเดินทางวัยหนุ่มสาว นักเดินทางประเภทสะพายเป้ (backpacker)

3.      - แรงจูงใจที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน = การได้เห็น วัฒนธรรมอื่นเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักเดินทางชาวเอเชีย โดยเฉพาะชาวจีนและชาวเกาหลี ซึ่งเมื่อก่อนไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับวัฒนธรรมต่างชาติ

4.      - แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธ์ภาพภายในครอบครัว = การท่องเที่ยวบางรูปแบบสามารถเห็นได้ว่าช่วยส่งเสริมความสัมพันธภาพภายในครอบครัว

5.      - แรงจูงใจที่จะได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย = ชายทะเลที่มีหาดทรายกับแสงแดด การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การไปชมปะการัง หรือการเดินป่าดูนก เป็นต้น

6.      - แรงจูงใจที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ = นักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเป็นพิเศษกำลังมีมากขึ้น เช่น เดินทางไปเรียนภาษา ทำอาหาร ดำน้ำ ตกปลา ตีกอล์ฟ เป็นการท่องเที่ยวที่เพิ่มพูนทักษะ

7.      - แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี = การบำบัดในศูนย์สปาต่างๆ การเข้าคอร์สลดน้ำหนัก

8.      - แรงจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย = โรค ผู้ร้าย การก่อการร้าย นักท่องเที่ยวจะเลี่ยงไม่ไปเที่ยวประเทศที่มีปัญหาความไม่สงบทางการเมือง

9.      - แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม = ความสนใจในสภาพสังคมเป็นองค์ประกอบหลังอย่างหนึ่งของแรงจูงใจมนุษย์ ประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวสามารถสร้างภาพพจน์ให้กับบุคคลได้

10.    -  แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง =  การกิน การดื่ม การซื้อของ เพื่อฉลองความสำเร็จหรือเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ขาดไปในโลกที่มีแต่งานและข้อจำกัดต่าง ๆ

 

ตัวอย่างการวิจัยที่ใช้วิธีการศึกษาจากกลุ่มเป้าหมาย

นักเดินทางประเภท Back packers กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นในออสเตรีย แรงจูงใจคือ

1.   การหลีกหนี (Escape)

- สะท้อนแนวโน้มทางสังคมวิทยา

- หนุ่มสาวจากตะวันตกที่มีการศึกษาดีที่มักเลื่อนการเข้าสู่วงการอาชีพเมื่อมีครอบครัวออกไป

- เป็นการหนีจากความรับผิดชอบหรือหยุดที่จะเลือกการตัดสินใจที่สำคัญในชีวิตชั่วคราว

2.  การมุ่งเน้นในเรื่องสิ่งแวดล้อม

- นักท่องเที่ยวประเภทนี้มักเลือกที่พักประเภทศูนย์เยาวชน (Youth hostel) เป็นหลัก

- องค์การศูนย์เยาวชนออสเตรเลียปรับปรุงภาพลักษณ์ เพื่อสนองตอบนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

- เป็นธรรมเนียม


3.   การทำงาน (Employment) ทำงานระหว่างเรียน และพัฒนาทักษะการทำงาน

4.       เน้นการคบหาสมาคม (Social focus) นักแบกเป้ที่ชอบคบหาผู้คนต้องการเพื่อนและทำความรู้จักคนในท้องถิ่น

 

โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

หมายถึง องค์ประกอบพื้นฐานที่รองรับการท่องเที่ยวทั้งระบบถือเป็นส่วนการสนับสนุนให้การท่องเที่ยว สามารถดำเนินไปได้ด้วยดี และทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

โครงสร้างพื้นฐานหลักในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่

1.   ระบบไฟฟ้า เพียงพอ ทั่วถึง และใช้การได้ดี

-          ในกรณีที่เกิดความต้องการใช้ปริมาณมากต้องเตรียมอุปกรณ์ปั่นไฟให้พอ

-          ควรมีการกำหนดเวลาปิดเปิดเพื่อประหยัดพลังงาน

-          วางแผนใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม

-          ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

2.   ระบบประปา

-          สะอาด ถูกหลักอนามัย

-          มีปริมาณเพียงพอ

-          มีการกระจายอย่างทั่วถึงเพื่อให้บริการความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกันไป

-          รีสอร์ท ต้องใช้น้ำสำหรับใช้ 350-400 แกนลอนต่อห้องต่อวัน

-          สนามกอล์ฟ 6 แสน – 1 ล้าน แกนลอนต่อวัน

3.   ระบบสื่อสารโทรคมนาคม

-          โทรศัพท์มีสาย / ไร้สาย

-          ไปรษณีย์

-          โทรเลข

-          ไปรษณีย์อีเลกโทรนิกส์ (Email)

4.   ระบบการขนส่ง

-          ระบบการเดินทางทางอากาศ

-          ระบบการเดินทางทางบก

-          ระบบการเดินทางทางน้ำ

5.   ระบบสาธารณสุข

-          ทันสมัย สะดวก และปลอดภัย

-          มีหน่วยรักษาพยาบาลเบื้องต้น

-          แหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เตรียมยาหรือการรักษาอาการบาดเจ็บรองรับ

 

ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค

-          การที่บนโลกมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันจึงทำให้เกิดภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและลักษณะทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง

-          มนุษย์มักต้องการเดินทางไปในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง

-          ส่งผลให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังบริเวณต่างๆ บนผิวโลก

-          ปัจจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยดึงดูดและผลักดันให้นักท่องเที่ยวแต่ละคนเดินทาง

1. ปัจจัยทางภูมิศาสตร์

-          สิ่งที่เกิดตามธรรมชาติ และสำคัญในการสร้างสรรค์ภูมิทัศน์ที่ดึงดูดใจ

1.1ลักษณะภูมิประเทศ

-          ลักษณะภูมิประเทศในส่วนต่างๆ ของโลก มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

1.2  ลักษณะภูมิอากาศ

-          สภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ อาจทำให้พบสภาพภูมิประเทศที่สวยงามแตกต่างกัน

2. ปัจจัยทางวัฒนธรรม

วัฒนธรรม หมายถึง วิธีการดำเนินชีวิต (way of life) ของคนในสังคม นับตั้งแต่วิธีกินอยู่ แต่งกาย ทำงาน ฯลฯ การปฏิบัติสืบต่อกันมา